หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล / พระแท้ ผู้ถ่อมตน/อุบายสมาธิง่ายๆ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ยะธาพุทโมนะ, 11 ธันวาคม 2020.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 0 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 0 คน )
  1. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,907
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083



    เอาชนะอารมณ์ในใจด้วยสติ / พระอาจารย์เยื้อน วัดเขาศาลา

    ----------------------

    ที่มา https://www.youtube.com/@dhammabuddha1286
     
  2. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,907
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    147536954_243578503928224_4702519266828533702_n-1-jpg.jpg
     
  3. นโมโพธิสัตโต

    นโมโพธิสัตโต ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ผู้ดูแลเว็บบอร์ด สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,432
    กระทู้เรื่องเด่น:
    32
    ค่าพลัง:
    +29,761


    วิธีฝึกจิตไม่ให้หลงทาง : หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

    **************************

    ขอบคุณ https://www.youtube.com/@channel-is9zm
     
  4. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,907
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    บางคนภาวนานะ เกิดทิฐิมานะสูงมาก ใครพูดขวางหูไม่ได้ ไม่รู้ภาวนาเพื่อละ หรือเพื่อโลก ความจริง ถ้าเป็นนักภาวนาแล้ว จิตของเราจะมีความเมตตา ความให้อภัย ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มันจะเกิดกับผู้ปฏิบัติธรรมนะ ผู้ปฏิบัติธรรมจะได้เปรียบกว่าคนอื่นมาก..

    โอวาทธรรมหลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
     
  5. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,907
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    “จิตอิสระ ” และ ” จิตประภัสสร“


    “จิตอิสระ”
    ในความหมายของหลวงพ่อ
    ท่านหมายถึง สภาวะของจิตที่พ้นไปจากอุปทานขันธ์ทั้ง 5
    พ้นจาก รูป เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ
    คือพ้นจากรูป จากนาม ทั้งปวง
    ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่น ในสิ่งทั้งปวง
    จิตอิสระ จึงหมายถึงจิตที่พ้นไปจากโลกแล้ว ไม่มีถูกแรงดึงดูดของกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
    ด้วยเพราะจิตมีสติสัมปัชชัญะแก่รอบ เป็นธรรมอันเอกอุครองในใจ
    จิตที่ว่า จึงว่างเปล่าจากการมีตัว มีตน มีเขา มีสัตว์ พ้นจากคำว่ามีความหมาย
    จึงเป็นจิตอิสระที่เป็นธรรมชาติอันยิ่ง
    พ้นจากการปรุงแต่ง ไม่มี ไม่เป็น ไม่ไป ไม่มา ว่างจากการมีการเป็นทั้งปวง
    เรียก ”จิตอิสระ”โดยแท้



    ส่วน “จิตประภัสสร” คือจิตที่มีความสว่าง มีความผ่องใส
    แต่เพราะยังมีความสว่างอยู่ จิตจึงยังมีมืดได้
    เพราะยังมีผ่องใสอยู่ จิตจึงเศร้าหมองได้
    จิตประภัสสร คือจิตที่สว่าง
    แต่หากกิเลสจรมา จิตไปยึดถือก็เศร้าหมองได้
    เพราะจิตยังเสมอกับรูป และนาม
    จิตจึงเข้าไปเสวยย้อมด้วยอารมณ์ต่างๆได้
    ไม่สว่างหมดจรด เพราะจิตยังสามารถมี สามารถเป็น ยังไม่พ้นจากขันธ์ 5 คือ ยังยึดรูป ยึดนาม ยังคงมี ยังคงเป็น ยังคงสว่าง ยังคงมืดได้
    เพราะอำนาจของกิเลสที่จรมา
    จิตจึงประภัสสร มีความสว่างบ้างเมื่อกิเลสเบาบางลง
    แต่หากจิตจรไปเพราะกิเลส ออกไปปรุง ไปนึก ไปแต่ง ไปคิด ไปค้น ด้วยอวิชชา รัก ชอบ ชัง อยากได้ อยากมี อยากเป็น
    จิตก็จะถูกอารมณ์ปรุงแต่ง สังขารต่างๆ ย้อมปรุง ทำให้มืดบ้าง หม่นหมองบ้าง
    เพราะจิตประภัสสร เป็นจิตที่ยังไม่ว่าง ยังไม่เป็นอิสระ จึงถูกดึงดูดไปด้วยกิเลส ตัณหา อุปทานได้
    คราใดมีสติรักษา ก็สว่างจ้าผ่องใส
    คราใดถูกอารมณ์ย้อมจิต ก็มืด ไม่สว่าง ไม่แจ่มใส



    จิตอิสระ ในความหมายของหลวงพ่อ
    จึงมิใช่จิตประภัสสร
    เป็นจิตดวงเดียวกัน
    แต่ต่างกันที่ปัญญา
    จิตอิสระ มีสติสัมปัชชัญะครองใจแล้ว
    เห็นแจ้งในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
    จึงวางลงทั้งหมด

    แต่จิตประภัสสร คือจิตสว่าง แต่ยังไม่มีปัญญา เพราะยังไม่เข้าใจในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะสติสัมปัชชัญญะยังไม่บริบูรณ์ จึงยังถูกแรงดึงดูดย้อมใจอยู่มืดบ้าง สว่างบ้าง




    การภาวนาตามแนวคำสอน “กรรมฐานน้ำเย็น”
    ของ หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
    เขมปัญโญคฤหัสถ์
    14.11.66

    ขอบคุณที่มา https://web.facebook.com/songchai.l...fGxpRGCteOfFeMqHb95iDfGj-druAP6w&__tn__=-UC*F




    ?temp_hash=a31ee01ae72a82604a25f1d030172d89.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,907
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    “จิตอิสระ ” และ ” จิตประภัสสร“


    “จิตอิสระ”
    ในความหมายของหลวงพ่อ
    ท่านหมายถึง สภาวะของจิตที่พ้นไปจากอุปทานขันธ์ทั้ง 5
    พ้นจาก รูป เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ
    คือพ้นจากรูป จากนาม ทั้งปวง
    ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่น ในสิ่งทั้งปวง
    จิตอิสระ จึงหมายถึงจิตที่พ้นไปจากโลกแล้ว ไม่มีถูกแรงดึงดูดของกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
    ด้วยเพราะจิตมีสติสัมปัชชัญะแก่รอบ เป็นธรรมอันเอกอุครองในใจ
    จิตที่ว่า จึงว่างเปล่าจากการมีตัว มีตน มีเขา มีสัตว์ พ้นจากคำว่ามีความหมาย
    จึงเป็นจิตอิสระที่เป็นธรรมชาติอันยิ่ง
    พ้นจากการปรุงแต่ง ไม่มี ไม่เป็น ไม่ไป ไม่มา ว่างจากการมีการเป็นทั้งปวง
    เรียก ”จิตอิสระ”โดยแท้



    ส่วน “จิตประภัสสร” คือจิตที่มีความสว่าง มีความผ่องใส
    แต่เพราะยังมีความสว่างอยู่ จิตจึงยังมีมืดได้
    เพราะยังมีผ่องใสอยู่ จิตจึงเศร้าหมองได้
    จิตประภัสสร คือจิตที่สว่าง
    แต่หากกิเลสจรมา จิตไปยึดถือก็เศร้าหมองได้
    เพราะจิตยังเสมอกับรูป และนาม
    จิตจึงเข้าไปเสวยย้อมด้วยอารมณ์ต่างๆได้
    ไม่สว่างหมดจรด เพราะจิตยังสามารถมี สามารถเป็น ยังไม่พ้นจากขันธ์ 5 คือ ยังยึดรูป ยึดนาม ยังคงมี ยังคงเป็น ยังคงสว่าง ยังคงมืดได้
    เพราะอำนาจของกิเลสที่จรมา
    จิตจึงประภัสสร มีความสว่างบ้างเมื่อกิเลสเบาบางลง
    แต่หากจิตจรไปเพราะกิเลส ออกไปปรุง ไปนึก ไปแต่ง ไปคิด ไปค้น ด้วยอวิชชา รัก ชอบ ชัง อยากได้ อยากมี อยากเป็น
    จิตก็จะถูกอารมณ์ปรุงแต่ง สังขารต่างๆ ย้อมปรุง ทำให้มืดบ้าง หม่นหมองบ้าง
    เพราะจิตประภัสสร เป็นจิตที่ยังไม่ว่าง ยังไม่เป็นอิสระ จึงถูกดึงดูดไปด้วยกิเลส ตัณหา อุปทานได้
    คราใดมีสติรักษา ก็สว่างจ้าผ่องใส
    คราใดถูกอารมณ์ย้อมจิต ก็มืด ไม่สว่าง ไม่แจ่มใส



    จิตอิสระ ในความหมายของหลวงพ่อ
    จึงมิใช่จิตประภัสสร
    เป็นจิตดวงเดียวกัน
    แต่ต่างกันที่ปัญญา
    จิตอิสระ มีสติสัมปัชชัญะครองใจแล้ว
    เห็นแจ้งในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
    จึงวางลงทั้งหมด

    แต่จิตประภัสสร คือจิตสว่าง แต่ยังไม่มีปัญญา เพราะยังไม่เข้าใจในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะสติสัมปัชชัญญะยังไม่บริบูรณ์ จึงยังถูกแรงดึงดูดย้อมใจอยู่มืดบ้าง สว่างบ้าง




    การภาวนาตามแนวคำสอน “กรรมฐานน้ำเย็น”
    ของ หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
    เขมปัญโญคฤหัสถ์
    14.11.66

    ขอบคุณที่มา https://web.facebook.com/songchai.l...fGxpRGCteOfFeMqHb95iDfGj-druAP6w&__tn__=-UC*F




    ?temp_hash=a31ee01ae72a82604a25f1d030172d89.jpg
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...